มรดกตกผลึก — จักรพันธุ์ ขวัญมงคล

IMG_20180421_062646210.jpg

มรดกตกผลึก — จักรพันธุ์ ขวัญมงคล / สำนักพิมพ์แซลมอน

ถ้าเปรียบเทียบกับการทำงานของตลกแล้ว คณะมรดกตกผลึกน่าจะเป็นทีมที่มีตัวปูเก่ง ตัวชงแบบขอไปที และตัวตบที่เหมือนชาติก่อนจะเป็นกล้วย เพราะดูเหมือนจะหักมุกที่ปูมาทั้งหมดให้ล้มไม่เป็นท่าเลย

เรายอมรับได้กับเนื้อเรื่องการผสมระหว่างบรรยากาศตลกหมูกระทะที่จับพลัดจับผลูได้มรดกอย่างกับละครหลังข่าว ซึ่งเราคิดว่าปูมาดี มีความตลกด้วยบรรยากาศและการบรรยายที่ทำให้ขำได้

แต่พอหลังจากนั้น เราไม่แน่ใจว่าเพราะการปูที่หยิบเอาสิ่งธรรมดา ที่น่าจะพอเดาได้มาเล่น ทำให้เราคาดหวังอยากได้ยาที่แรงกว่า ประหลาดกว่าหรือเปล่า ซึ่งเลยกลายเป็นว่าเราหลุดจากการชงเหล่านี้ไปเลย และยิ่งการวกกลับมาจบแบบ romanticised ก็รู้สึกเอ่อ อืม ครับ หากเป็นเหมือนคาเฟ่ก็คงจกนมเด็กเสิร์ฟดีกว่า #ผิด

สิ่งที่ทำได้ดีมรดกตกผลึกอาจไม่ได้อยู่ที่บรรยากาศการเล่นตลกคาเฟ่ เราคิดว่ามันคือบรรยากาศแห่งความรุ่งเรืองของตลกยุคนั้น ยุคที่มีการอัดวิดีโอขาย ยุคของการย้ายวิก ซึ่งนั่นทำให้เราหวนนึกถึงบรรยากาศเก่าๆ และสุดท้ายก็มีบางที่สิ่งที่เรายังไม่ได้คำตอบ

ตกลงใครฆ่าบุญเลี้ยง

ไม่สิ จุดจบของสองเจ้าพ่อใหญ่ไม่เป็นเรื่องตลกเลยนี่หว่า

Advertisements

Wormwood – Errol Morris

Wormwood – Errol Morris Screen Shot 2561-02-02 at 13.19.36.png
สารคดีโดย Errol Morris ที่มาทำเป็นซีรีส์ 6 ตอนลงใน Netflix ว่าด้วยเรื่องการเสียชีวิตของนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงาน CIA ซึ่งบ่งชี้ว่าเขากระโดดตึกตายในนิวยอร์ก เพราะอาการหลังจากเสพ LSD ซึ่งมาจากการทดลองของ CIA แต่ครอบครัว โดยเฉพาะลูกชายของเขาเห็นความไม่ชอบมาพากล เลยพยายามเรียกร้องให้มีการสืบสวนว่าจริงๆ แล้วเรื่องนี้มันเกิดอะไรขึ้น

หลังจากเกิดการเรียกร้อง ครอบครัวของเขาได้รับเชิญไปเยี่ยมห้องทำงาน ปธน. ไปจนถึงคุยกับผอ. CIA มันดูเป็นการแสดงความเสียใจที่ยิ่งใหญ่มาก มีการชดเชยค่าเสียหายจากรัฐบาล (ที่หลังจากนั้นถูกหักจากที่ควรจะได้) มันก็ยังมีเรื่องไม่เคลียร์อยู่หลายอย่างที่ดูน่าสงสัย ซึ่งสามารถโยงเหตุการณ์เข้าผสมกับเรื่องทฤษฎีสมคบคิดและข้อมูลต่างๆ ของฝ่ายตรงข้ามอเมริกากล่าวหาในช่วงสงครามเย็น มันสามารถเชื่อมได้ว่าเรื่องมันมีอะไรมากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเกี่ยวพันไปถึงโปรเจคต์ MK-Ultra ที่ทดลองใช้สารเคมีและ LSD เพื่อให้ศัตรูยอมเปิดเผยข้อมูล รวมถึงทำให้ฝั่งของเราไม่เปิดปากเมื่อโดนจับ ไปจนถึงการมีส่วนรับรู้ข้อมูลว่าอเมริกาใช้ระเบิดชีวภาพกับเกาหลีหรือเปล่า?

เรื่องราวถูกบอกเล่าผ่านการสัมภาษณ์ลูกชายของ Frank Olson ชายผู้โยนชีวิตเพื่อสืบหาข้อเท็จจริง ตัดสลับกับฟุตเทจที่มีทั้งคำให้การของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หนังบ้านของครอบครัว Olson และภาพจำลองเหตุการณ์ที่เราไม่สามารถรู้ได้ว่า จริงๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น

เรื่องมันเริ่มต้นด้วยความเนือยพอสมควร จับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเรื่องนี้จะพาเราไปไหนกันแน่ และพบว่าถ้าผ่าน EP2 ไปมันจะมีข้อมูลที่สนุกขึ้น ข้อมูลที่เปิดเผยมากขึ้นเรื่อยๆ เราเริ่มเชื่อในแนวคิดว่าจริงๆ เรื่องนี้มันเกิดจากความไม่ชอบมาพากลของรัฐที่พยายามจะปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ และการมี Seymour Hersh นักเขียนรางวัลพูลิตเซอร์ที่ให้น้ำหนักกับข้อมูลทั้งหมดเจือปนกับความน่ากลัวของรัฐในการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นเรื่องของความมั่นคงในประเทศ

สุดท้ายซีรีส์พาเราย้อนกลับไปหาลูกชายของ Frank Olson การกลับมาตั้งคำถามถึงคำตอบที่เขาเฝ้าตามหามานานกว่าค่อนชีวิต มันทำให้เขาได้ชีวิตที่สูญเสียกลับคืนมาไหม?

เปล่าเลย

ป.ล. อยากดู Mr. Death: The Rise and Fall of Fred A. Leuchter, JR.

ไข่ผัดมะเขือเทศ

เคยคุยกับป้าคนหนึ่งที่อยู่ฮ่องกง บทสนทนาไหลเลื่อน จนมาถึงหัวข้อที่ว่า แล้วทำอะไรกิน
.
ป้าเล่าว่าหากไม่ได้ออกไปข้างนอก ตู้เย็นก็ไม่ขาดแคลนไข่ไก่ และมะเขือเทศ ภาพในหัวผมคงนึกถึงแต่ไข่ยัดไส้ที่ดูจะผสมระหว่างสองวัตถุดิบนี้ แต่ป้าบอกว่าเอามาทำไข่ผัดมะเขือเทศ เป็นเมนูเบาๆ ที่กินเมื่อไหร่ก็อร่อย
.
ป้าบอกเล่าวิธีทำที่ดูเหมือนจะง่าย หั่นมะเขือเทศชิ้นขนาดพอดีกับการผัด ไม่ใหญ่เกินปาก และไม่เล็กจนผัดยาก บวกกับซอยต้นหอมนิดหน่อย นำมาผัดเข้ากับน้ำมันเล็กน้อย ต้นหอมก่อน มะเขือเทศตาม ล้อตามกันไปไม่ให้ไหม้ไปก่อนกัน
.
ผัดอย่างไม่รีรอที่จะเละ ใส่ซอสมะเขือเทศลงไปพอให้คลุกเคล้าได้ทั่ว ปรุงด้วยน้ำตาลนิดหน่อยเพื่อพยุงความหวานจากผัก ใส่น้ำเปล่า เมื่อร้อนจึงคนด้วยน้ำแป้งข้าวโพดเพื่อให้มีความข้นตามแบบฉบับของอาหารแถบนั้น ตักใส่จานก็แล้วเสร็จในส่วนของมะเขือเทศ
.
ตั้งกระทะใหม่
.
ตอกไข่พร้อมตี ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยป่นพอให้กินรู้ ตั้งกระทะเหยาะน้ำมันพอทั่ว เทไข่ใส่ไม่รอกระทะร้อน คนอย่าให้เป็นแผ่น จากนั้นก็ใส่มะเขือเทศที่เตรียมลงไปรวมกัน อย่าให้สุกจนไข่กระด้าง รีบตักใส่จานเปล่า หรือที่ป้าถนัดก็ราดข้าวไปเลย
.
วันนี้จึงลองทำตาม ด้วยความเงอะงะตะลีตะลาน จึงทำต้นหอมไหมดำไม่สวยเลย หวังว่ารอบหน้าจะขอแก้มือทำใหม่ จะผัดให้ชำนาญกว่าจานนี้

2017-09-02-08-39-53.jpg

 

Netflix Like a Boss

หลังจากดู Netflix ไปได้หลายเดือน ก็เลยคิดว่าจะมาแชร์วิธีที่เราใช้ในการดูหนังผ่าน Netflix ว่าจะดูหนังแต่ละที่ ทำไมกูต้องทำให้ตัวเองยุ่งยากขนาดนี้ด้วย

Continue Reading

mad about magazine : Don’t

img_20161027_100703

 

ความเห็นเกี่ยวกับ Mad About (ก่อนหน้านี้คือแสดงความเห็นไปถึงคนทำแหละ ก็เลยเอามาโพสต์ลงด้วย)

หนัก ไม่แน่ใจว่ามันมีกระดาษที่แสดงภาพได้ดี และมีน้ำหนักเบาหรือเปล่า คือพอมันหนัก เลยไม่เอื้อต่อบางคอลัมน์เช่นคอลัมน์ที่วางตัวอักษรแนวนอนของคุณอุรุดา ทำให้พลิกอ่านลำบาก เพราะมันหนัก

คอลัมน์ของคุณวินทร์ น่าจะสแกนเศษกระดาษให้คมกว่านี้นะครับ ถ้าเปรียบเทียบจากภาพถ่ายซองจดหมายต้นฉบับของ อาว์รงค์

ระหว่างแอบชมทีมพิสูจน์อักษร ในคอลัมน์ที่พี่ตอบจดหมายกับพี่จุ้ย มีคำว่าเช็กสเปรียร์ ซึ่งไม่แน่ใจว่ายึดมาจากการการพิมพ์ตอบอีเมลช่วงนั้นหรือเปล่า

คอลัมน์เดียวกัน มันมีจังหวะที่อ่านจดหมายพี่จุ้ยแล้วไล่สายตาข้ามมาอ่านจดหมายตอบของพี่เอ๋เลย เพราะมันเรียงคอลัมน์ต่อกัน ไม่รู้ตั้งใจหรือเปล่า เผลออ่านผิดคนไปหลายบรรทัดเลย

————

สิ่งที่ชอบ

  • ชอบสัมภาษณ์ทั้งสามคนเลย น้องปันปัน (แอบขัดใจกราฟิก ขอรูปน้องชัดๆ เต็มๆ ไม่ได้เหรอ ทำกราฟิกแบบถอดหน้ากากเปลือยใจตอบมา เสียดายความขาวครับ)
  • ส่วนบทสัมภาษณ์คุณภิญโญ เราชอบส่วนของชีวิตช่วงก่อนมาทำ open ของเขา เป็นบทสัมภาษณ์ที่ดี
  • ชอบความบ้าพลังของคุณวรพจน์ ที่สัมภาษณ์เรืองรอง รุ่งรัศมี อ่านแล้วก็ขัดใจ ซึ่งเป็นที่ดีที่เขาสามารถถ่ายทอดความคิดให้เรารู้สึกว่าเราขัดใจเขาได้เว้ย

อะไรประมาณนี้

27-09-2559

ไม่ค่อยรู้แง่มุมว่าอาว์’รงค์ มีทัศนคติต่อการเมืองอย่างไร เคยเอาความคิดมาใส่ไว้ในงานบ้างหรือเปล่า แล้วอยากรู้ว่ามีทัศนคติต่อการเมืองในช่วงเวลานั้นๆ อย่างไรบ้าง

อ่านมาดเกี้ยวไปนิดนึงเจอ

“บันทึกไว้ว่าเป็นความหรูหราในบางบุคลิกแห่งยุคหลังการปฏิวัติมิถุนา 2475 การล้มล้างระบบขุนนางราชสำนักเพื่อก่อกำเนิดระบบขุนนางประชาธิปไตย! การกำหนดชนชั้นใหม่ด้วยอำนาจกฏหมายและปืน!”

“การสร้างแบบแผนใหม่ของชีวิตโดยอ้างว่าเพื่อความเปลี่ยนแปลงของราษฎร (ประชาชน) แต่ราษฏร (นักการเมือง) บางฝูงเท่านั้นทรงสิทธิ์เหนือกว่าผู้อื่นในเกือบทุกด้าน รวมทั้งการแสดงว่ายศ – วาสนา – เงิน!…”

“…ความรู้สึกเนรคุณราษฎร (ประชาชน) นี้ฝังลึกอยู่ในหัวใจของชนชั้นผู้ดีใหม่และขุนนางประชาธิปไตย”