ไข่ผัดมะเขือเทศ

เคยคุยกับป้าคนหนึ่งที่อยู่ฮ่องกง บทสนทนาไหลเลื่อน จนมาถึงหัวข้อที่ว่า แล้วทำอะไรกิน
.
ป้าเล่าว่าหากไม่ได้ออกไปข้างนอก ตู้เย็นก็ไม่ขาดแคลนไข่ไก่ และมะเขือเทศ ภาพในหัวผมคงนึกถึงแต่ไข่ยัดไส้ที่ดูจะผสมระหว่างสองวัตถุดิบนี้ แต่ป้าบอกว่าเอามาทำไข่ผัดมะเขือเทศ เป็นเมนูเบาๆ ที่กินเมื่อไหร่ก็อร่อย
.
ป้าบอกเล่าวิธีทำที่ดูเหมือนจะง่าย หั่นมะเขือเทศชิ้นขนาดพอดีกับการผัด ไม่ใหญ่เกินปาก และไม่เล็กจนผัดยาก บวกกับซอยต้นหอมนิดหน่อย นำมาผัดเข้ากับน้ำมันเล็กน้อย ต้นหอมก่อน มะเขือเทศตาม ล้อตามกันไปไม่ให้ไหม้ไปก่อนกัน
.
ผัดอย่างไม่รีรอที่จะเละ ใส่ซอสมะเขือเทศลงไปพอให้คลุกเคล้าได้ทั่ว ปรุงด้วยน้ำตาลนิดหน่อยเพื่อพยุงความหวานจากผัก ใส่น้ำเปล่า เมื่อร้อนจึงคนด้วยน้ำแป้งข้าวโพดเพื่อให้มีความข้นตามแบบฉบับของอาหารแถบนั้น ตักใส่จานก็แล้วเสร็จในส่วนของมะเขือเทศ
.
ตั้งกระทะใหม่
.
ตอกไข่พร้อมตี ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยป่นพอให้กินรู้ ตั้งกระทะเหยาะน้ำมันพอทั่ว เทไข่ใส่ไม่รอกระทะร้อน คนอย่าให้เป็นแผ่น จากนั้นก็ใส่มะเขือเทศที่เตรียมลงไปรวมกัน อย่าให้สุกจนไข่กระด้าง รีบตักใส่จานเปล่า หรือที่ป้าถนัดก็ราดข้าวไปเลย
.
วันนี้จึงลองทำตาม ด้วยความเงอะงะตะลีตะลาน จึงทำต้นหอมไหมดำไม่สวยเลย หวังว่ารอบหน้าจะขอแก้มือทำใหม่ จะผัดให้ชำนาญกว่าจานนี้

2017-09-02-08-39-53.jpg

 

Advertisements

Netflix Like a Boss

หลังจากดู Netflix ไปได้หลายเดือน ก็เลยคิดว่าจะมาแชร์วิธีที่เราใช้ในการดูหนังผ่าน Netflix ว่าจะดูหนังแต่ละที่ ทำไมกูต้องทำให้ตัวเองยุ่งยากขนาดนี้ด้วย

Continue Reading

mad about magazine : Don’t

img_20161027_100703

 

ความเห็นเกี่ยวกับ Mad About (ก่อนหน้านี้คือแสดงความเห็นไปถึงคนทำแหละ ก็เลยเอามาโพสต์ลงด้วย)

หนัก ไม่แน่ใจว่ามันมีกระดาษที่แสดงภาพได้ดี และมีน้ำหนักเบาหรือเปล่า คือพอมันหนัก เลยไม่เอื้อต่อบางคอลัมน์เช่นคอลัมน์ที่วางตัวอักษรแนวนอนของคุณอุรุดา ทำให้พลิกอ่านลำบาก เพราะมันหนัก

คอลัมน์ของคุณวินทร์ น่าจะสแกนเศษกระดาษให้คมกว่านี้นะครับ ถ้าเปรียบเทียบจากภาพถ่ายซองจดหมายต้นฉบับของ อาว์รงค์

ระหว่างแอบชมทีมพิสูจน์อักษร ในคอลัมน์ที่พี่ตอบจดหมายกับพี่จุ้ย มีคำว่าเช็กสเปรียร์ ซึ่งไม่แน่ใจว่ายึดมาจากการการพิมพ์ตอบอีเมลช่วงนั้นหรือเปล่า

คอลัมน์เดียวกัน มันมีจังหวะที่อ่านจดหมายพี่จุ้ยแล้วไล่สายตาข้ามมาอ่านจดหมายตอบของพี่เอ๋เลย เพราะมันเรียงคอลัมน์ต่อกัน ไม่รู้ตั้งใจหรือเปล่า เผลออ่านผิดคนไปหลายบรรทัดเลย

————

สิ่งที่ชอบ

  • ชอบสัมภาษณ์ทั้งสามคนเลย น้องปันปัน (แอบขัดใจกราฟิก ขอรูปน้องชัดๆ เต็มๆ ไม่ได้เหรอ ทำกราฟิกแบบถอดหน้ากากเปลือยใจตอบมา เสียดายความขาวครับ)
  • ส่วนบทสัมภาษณ์คุณภิญโญ เราชอบส่วนของชีวิตช่วงก่อนมาทำ open ของเขา เป็นบทสัมภาษณ์ที่ดี
  • ชอบความบ้าพลังของคุณวรพจน์ ที่สัมภาษณ์เรืองรอง รุ่งรัศมี อ่านแล้วก็ขัดใจ ซึ่งเป็นที่ดีที่เขาสามารถถ่ายทอดความคิดให้เรารู้สึกว่าเราขัดใจเขาได้เว้ย

อะไรประมาณนี้

27-09-2559

ไม่ค่อยรู้แง่มุมว่าอาว์’รงค์ มีทัศนคติต่อการเมืองอย่างไร เคยเอาความคิดมาใส่ไว้ในงานบ้างหรือเปล่า แล้วอยากรู้ว่ามีทัศนคติต่อการเมืองในช่วงเวลานั้นๆ อย่างไรบ้าง

อ่านมาดเกี้ยวไปนิดนึงเจอ

“บันทึกไว้ว่าเป็นความหรูหราในบางบุคลิกแห่งยุคหลังการปฏิวัติมิถุนา 2475 การล้มล้างระบบขุนนางราชสำนักเพื่อก่อกำเนิดระบบขุนนางประชาธิปไตย! การกำหนดชนชั้นใหม่ด้วยอำนาจกฏหมายและปืน!”

“การสร้างแบบแผนใหม่ของชีวิตโดยอ้างว่าเพื่อความเปลี่ยนแปลงของราษฎร (ประชาชน) แต่ราษฏร (นักการเมือง) บางฝูงเท่านั้นทรงสิทธิ์เหนือกว่าผู้อื่นในเกือบทุกด้าน รวมทั้งการแสดงว่ายศ – วาสนา – เงิน!…”

“…ความรู้สึกเนรคุณราษฎร (ประชาชน) นี้ฝังลึกอยู่ในหัวใจของชนชั้นผู้ดีใหม่และขุนนางประชาธิปไตย”

สนธิสัญญาฟลามิงโก — จิราภรณ์ วิหวา

IMG_20160611_143636

สนธิสัญญาฟลามิงโก — จิราภรณ์ วิหวา

ก่อนอ่านไม่รู้รายละเอียดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้มา รู้แค่ว่านี่คือนวนิยายเล่มแรกของจิราภรณ์ วิหวา และถูกดำเนินเรื่องราวทั้งหมดด้วยสัตว์ที่พูดได้

นั่นคือสิ่งที่รู้ก่อนอ่าน

ผ่านไปบทแรกด้วยการดำเนินเรื่องราวของคู่รักชาวแมว การไม่ลงรอยกันตามประสาคู่รักที่มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ก็ยังเดาทิศทางไม่ออกว่าเรื่องราวจะบอกเล่าถึงเรื่องใด

แต่เมื่ออ่านไปสักพัก ก็อดประหวัดมิได้ว่าเรื่องราวที่อ่านมีอะไรซุกซ่อนอยู่ในเรื่องราวฉาบเคลือบนี้ รวมไปถึงเหตุการณ์พานให้อดคิดไม่ได้ว่านี่คือเหตุการณ์ทางสังคมและการเมืองที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากการรับรู้ของเรา

นั่นทำให้อดคิดไม่ได้อีกว่าสัตว์เหล่านี้คือสมการที่สามารถถอดออกมาได้เป็นตัวของมนุษย์

เรื่องราวของแมวคู่รักชนชั้นกลางที่มีอาชีพเป็นนักสร้างสรรค์ ‘มี’ แมวสาวด้านการสื่อสารด้วยการเขียน และทอนน์ นักสื่อสารด้วยดนตรี ทั้งคู่พบเจอกับความซ้ำซากในชีวิตคู่ ความเบื่อหน่ายของอีกฝ่ายที่ไม่จดจำรายละเอียดเล็กน้อย ซึ่งก็ไม่แปลกใจในนิสัยของผู้หญิง

จนกระทั่งเธอได้พบกับนกฟลามิงโกนักธุรกิจหนุ่ม กับธุรกิจของการสร้างตู้สาธยายความลับ เพื่อแลกกับพลังงาน มีได้เข้ามาพบกับความลับอีกชั้นหนึ่งว่าความลับที่ถูกแลกเปลี่ยนนั้น นักธุรกิจหนุ่มสามารถเข้าถึงได้โดยส่วนตัว

มีทำสัญญาส่วนตัวที่ทำให้เธอนั้นสามารถเข้าถึงความลับเหล่านั้นได้เพื่อหาวัตถุดิบในการสร้างสรรค์ผลงานของเธอ เธอเข้าถึงความลับหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเล็กน้อยค่าพลังงานต่ำ ไปจนถึงเรื่องราวไร้ศีลธรรมที่อยู่ในเมืองที่ศีลธรรมสูงส่ง

ธุรกิจก็คือธุรกิจ ธุรกิจความลับที่ให้ใครก็ได้มาบอกเล่าความลับเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นพลังงาน ถูกตลบหลังด้วยเจ้าของธุรกิจสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้และนำข้อมูลให้เหล่านักสร้างสรรค์ได้เข้าถึงได้อย่างง่ายดาย เรื่องส่วนตัวที่อนุญาตด้วยการแลกเปลี่ยนถูกทำให้เป็นวัตถุดิบชั้นดีในงานของนักสร้างสรรค์

เรื่องราวที่มีสัญลักษณ์ซุกซ่อนอยู่มากมายที่ดูจะเข้ากับเหตุการณ์บ้านเมืองตอนนี้ อย่างบทสนทนาของตัวละครที่บอกว่า “ตัวฉันที่คุณสร้าง กับตัวฉันที่ฉันสร้างเลยไม่เหมือนกัน” ไม่ต่างอะไรกับการที่หลายคนผลักอีกฝ่ายไปอยู่อีกฝ่าย ที่เราเห็นบ่อยๆ ในคอมเมนต์เฟซบุ๊คการเมือง

ความรุนแรงที่แฝงอยู่ในบ้านเมืองที่อ้างว่าสงบ คน(สัตว์) ที่ถูกปืนจากผู้ที่อยู่เหนือกฏหมายยิง เราไม่ได้สามารถที่จะทำอะไรได้

ความลับมีค่าที่รัฐต้องการ จนต้องถูกกองทัพเข้ามาแทรกแซงธุรกิจ บอร์ดบริหารที่เป็นนอมินีของรัฐบีบให้นักธุรกิจออกจากตำแหน่ง การถูกข่มขู่จนต้องลี้ภัย ผลพวงที่เกิดขึ้นหลังจากรัฐที่สามารถเข้าถึงความลับได้ มองดูดีดีสุดท้ายประชาชนได้แต่มองตาปริบๆ โดยไม่สามารถทำอะไรได้

ความซ้ำซากในสังคม พ่อที่พูดความหลังเก่าเก็บ รัฐบาลที่ย้ำเสมอว่าทำทุกอย่างเพื่อประเทศชาติ คำพูดซ้ำซากที่สร้างขึ้นมาเพื่อปิดบังความอ่อนแอของตนในห้วงเวลาที่ไม่มีอะไรใหม่ สุดท้ายตัวละครกับปัญหาชีวิตอิงสังคมต้องตัดสินใจว่าเราจะยังคงอยู่กับความซ้ำซาก หรือเราควรจะก้าวไปสู่สิ่งที่ใหม่กว่าตามที่หวัง

ค่อนข้างประหลาดใจและผิดคาดเหลือเกินกับผู้เขียน นี่คือนวนิยายเล่มแรกที่เขียนขึ้นมาจากความอัดอั้น และประสบการณ์ของตน ซึ่งเราคิดว่าการตั้งชื่อว่ามี คงน่าจะพ้องกับตัวเธอ (me) ผนวกเข้ากับงานเขียนกลิ่นเดิมที่เราคุ้นตา การสาธยายอาหารที่หากคุ้นเคยกับผู้เขียนก็น่าจะนึกถึงเธอได้อย่างไม่ยาก รอคอยการบ่มของเธอ ที่จะกลายเป็นผลงานเล่มต่อไปในอนาคต

ป.ล. ชอบรายละเอียดเล็กๆ ที่ใส่เข้ามาขำอย่างพวก สิทธิสัตวชน อะไรประมาณนี้ ดูเป็นการใส่ที่ตลกดี

ป.ล. ตลกที่ในเรื่องมีรถไฟความเร็วสูงไปเชียงใหม่แล้ว เลยอนุมานว่านี่ต้องเป็นนิยายอนาคตหลายสิบปีอย่างแน่นอน

Android 6.0 Marshmallow ไวไฟมันขึ้นเครื่องหมายตกใจ

โน้ตไว้ เวลาจะหาวิธีแก้จะได้ค้นง่ายๆ
ตั้งแต่อัปเดตแอนดรอยด์ 6.0 Marshmallow มีปัญหามันจับสัญญาณ Wifi ไม่ค่อยได้ คือเห็นไวไฟ แต่พอ Connect มันจะขึ้นเครื่องหมายตกใจแล้วบอก Connected, no internet ประมาณนี้
 
ก็เลยหาวิธีแก้ ไปเจอวิธีนี้แก้ได้เฉยเลย
 
1. รอจนเราสามารถ Connect ได้โดยไม่มีเครื่องหมายตกใจ
 
2. เมื่อได้แล้วเข้าไป Add User ใหม่ ใน Settings – Users – Add user (หรือเข้าไป Users ตรง Noti bar ได้เลย)
 
3. พอ Add user ใหม่มันจะให้เราเช็ตอัป ระหว่างที่มันขึ้นว่า Checking Connection ให้เราปิดเครื่องเลย แล้วเปิดเครื่องใหม่
 
4. เมื่อเปิดเครื่องลองเปิดปิดไวไฟดู ถ้าทำได้ก็จะไม่ขึ้นเครื่องหมายตกใจ ถ้ายังขึ้น ก็ทำใหม่
 
เห็นว่าเป็นบั๊คของ 6.0 นะ อันนี้ไม่แน่ใจ

My best friend is me—พวงสร้อย อักษรสว่าง

12936731_920531731397476_2784542138871159079_n (1)

– พบว่าหนังสือมันชื่อว่า My best friend is me ปกติจะเรียกว่าหนังสือพวงสร้อยตลอดเลย

– พบว่านามสกุลอักษรสว่างปรากฏต่อสื่อใน mary is happy, mary is happy. เป็นนามสกุลของซูริ อักษรสว่าง

– พบว่าเอานามสกุลเธอมาใช้นั่นเอง

– พบว่าเธอรู้จักกับนวพล

– พบว่าคำโปรยอาจจะไม่ได้ช่วยให้เราเข้าถึงเรื่องเท่าไหร่ สิ่งที่บอกโทนของเล่มสำหรับเราคือคำนำกับคำนิยม ที่ทำให้เราเริ่มรู้ละว่าจะไปเจออะไร

– พบว่าที่เจอก็คือความเหงา

– พบว่ารู้สึกได้เลยว่าตัวหนังสือของเธอมีความเหงาเข้าเจือปนจริงๆ คืออ่านแล้วรู้สึกได้อารมณ์ของการแอบเข้าไปเปิดดูใครซักคนเขียนอะไรบนในเว็บdiaryis แล้วเจอคนที่ปิดไฟพิมพ์อะไรบนหน้าจอที่แยงตาอะไรแบบนั้น คือไม่ว่าจะพยายามใส่มุก มันก็กลายเป็นมุกที่เหมือนคนเหงาเล่นอ่ะ

– รู้ได้ไงว่าเหงา?

– คนเหงาย่อมเข้าใจคนเหงาเมื่อสายตาสั้นๆ ส่งมาทักทายกัน

– พบว่าในอีกด้านของความเหงามันมีความคิดบางอย่างที่ส่งออกมา การพูดถึงความฝันที่ความจริงแล้วมันไม่สามารถที่จะทำได้ตามใจปรารถนาได้เลย มันมีปัจจัยอีกมากมายที่จะคิด โดยเฉพาะเรื่องเงิน มันดูจริงดี

– มีบทหนึ่งที่พูดเรื่องของการเรียน กับ กิจกรรม เราพบว่าเราน่าจะเอาให้น้องอ่าน

– มีบทหนึ่งพูดถึงญาติที่อยู่ห่างไกล มุมมองของเธออย่างการที่ผู้ใหญ่ยังส่งไลน์สวัสดีตอนเช้า ก็ยังบ่งบอกได้บ้างว่าเขาไม่เจ็บป่วยอะไร ยังพอมีแรงที่จะส่งอะไรมาในกรุ๊ปไลน์ได้อยู่ มันเป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่บ่งบอก โดยที่คนห่างไกลไม่ถามก็พอที่จะสบายใจได้

– พบว่าชอบมุมมองอะไรหลายอย่างเหมือนกัน

– ไม่แน่ใจว่าตั้งใจหรือเปล่า มันมีจังหวะของการไปเที่ยวค่ายกักกัน แล้วปูภาพมาประมาณ 4 หน้า ก่อนที่หน้าต่อไปจะใส่ข้อความลงไปสองบรรทัดในย่อหน้านั้น มันเหมือนการปูอารมณ์ก่อนจะยิงปัง ชอบๆ จังหวะนี้ ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือเปล่า ขอชมฝ่ายกราฟิกแหละ